2007/Apr/02

โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ บอร์ดกระดาษอัดสำหรับปักหมุด กระดานดำที่สีดำจริงๆ ห้องทั้งห้องสว่างได้แสงสว่างจากกระจกบานเกร็ดฝุ่นเกรอะโดยไม่ต้องง้อหลอดไฟ

องค์ประกอบทุกอย่างอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า บนชั้นไม่เต็มสองของโรงช็อบดำทะมึน หรือ ถ้ำ ของครูวิดยา ที่เราเรียกแบบนั้นเหตุมาจากพื้นที่นี้ดูจะเป็นดินแดนของแกอยู่ผู้เดียว

ถ้ำถูกแยกตัววิเวกจากอาคารเรียนและห้องพักครูอย่างที่ควรจะเป็น ครูวิดยาใช้ที่นี่ถกปัญหาการบ้านวิชา กราฟิก ดีไซน์ ที่ตัวเองเป็นคนสั่งกับลูกศิษย์แต่บางทีกลับเป็นคนต้องแก้โจทย์เสียเอง เพราะโจทย์มันยากไป หรือเราสมองตายชั่วขณะก็ไม่รู้

โต๊ะไม้จัตุรัสตัวเดิมนอกจากจะวางกระดาษขีดเขียนทดลอง แสดงตัวอย่างแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือแก้วกาแฟเหมือนเดิม อาหารหลักของครูวิดยา อาหารเสริมอีกอย่างคือ บุหรี่ ที่ดูจะทำให้หัวแกแล่นฉิว

จริงๆ มันเป็นแค่การแซวกันเล่นในหมู่ลูกศิษย์ เพราะแกอยู่ปลายโต๊ะประจำตำแหน่งได้ตั้งแต่สายๆ ยันเกือบค่ำโดยไม่ต้องหาอะไรประทังหิว นอกจากกาแฟกับบุหรี่

ลูกศิษย์ผู้อิ่มหมีพีมันแต่หิวโหยคำตอบจากผู้เป็นครูได้แต่นั่งพยักหน้าหงึกๆ ในหัวไม่มีควันบุหรี่มีแต่หมอกควันทะมึนทึนทึบที่มองไม่เห็นทางในตอนนั้น พร้อมกับสบถกร่นด่าตัวเองในใจว่า กูจะเข้าใจดีหรือกูจะงงดี

2007/Jan/25

แอล รอน ฮับบาร์ด

หากใครเคยได้อ่านนิยายเรื่อง TO THE STAR ของ แอล รอน ฮับบาร์ด คงจะอดทึ่งกับดาวฤกษ์ แอลฟา เซนทอรี่ (Alpha Centauri) ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะของเรามากที่สุด ที่ยังอยู่ห่างออกไปจากโลกถึง 4.3 ปีแสง (1 ปีแสงเท่ากับระยะทางที่แสงเดินทางใน 1 ปี)

ใน 1 วินาทีแสงเดินทางได้ประมาณ 3 แสนกิโลเมตร

ใน 1 นาทีแสงจึงเดินทางได้ถึง 18 ล้านกิโลเมตร

และเมื่อคิดกันอย่างยาวนานเหมือนปีแสง ก็ได้คำตอบว่าใน 1 ปีแสงนั้นมันเดินทางได้ไกลเกือบ 95 ล้านล้านกิโลเมตร ผมไม่อยากเอา 4.3 มาคูณต่อเพื่อหาระยะห่างของโลกกับแอลฟ่า เซนทอรี่ เพราะคราวนี้ผมจะนับหลักตัวเลขมั่วเอาแน่ๆ

แอลฟ่า เซนทอรี่ ทำเอาดวงอาทิตย์ใกล้โลกนิดเดียว (ดวงอาทิตย์ห่างจากโลก 150 ล้านกิโลเมตร แสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทางมาโลก 8 นาทีกว่าๆ นั่นแปลว่าดวงอาทิตย์ที่เราเห็นเป็นอดีตเมื่อ 8 นาทีที่แล้ว)

โอว น่าขนลุกจริงๆ

แต่สิ่งที่ทำให้ผมขนลุกมากกว่า แอลฟ่า เซนทอรี่ คือ จักรวาล

อะไรจะไปใหญ่โต กว้างขวาง ห่างไกลออกไปเท่าจักรวาลที่บรรจุดาวพวกนี้ไว้ทั้งหมด ใหญ่จนนักดาราศาสตร์บอกว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่สิ้นสุด คำนี้แหละที่น่าขนลุก มีด้วยเหรอของที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีขอบเขต แต่รู้ได้ยังไงว่าไม่มีที่สิ้นสุด ในเมื่อเราบอกว่ามันไม่สิ้นสุด เราออกไปในจักรวาลได้ไกลพอแล้วหรือ

ผมสมมติขึ้นมาว่าจริงๆ แล้วจักรวาลมีขอบเขต สมมติว่าเป็นวงกลมละกัน แล้วบังเอิญจุดศูนย์กลางของจักรวาลมีแรงดึงดูดที่ทำให้ยานอวกาศหมุนวน จนเหมือนว่าเราบินออกไปได้เรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด แต่ยังไม่มีใครทำแบบนั้นได้เพราะจักรวาลมันกว้างใหญ่เหลือเกิน ต่อให้มียานความไวแสงเหมือนในเรื่อง TO THE STAR ก็ใช้เวลาไม่รู้กี่ชั่วอายุคนถึงจะบินวนครบรอบจักรวาล นั้นก็เป็นแค่จินตนาการบ้าๆบอๆ ของผม

แต่มันก็ทำให้ผมขนลุกขึ้นไปอีกถ้าจักรวาลมีขอบเขตแล้วไอ้ที่เลยขอบเขตจักรวาลไปอีกหละมันคืออะไร ที่ๆจักรวาลกลมๆ ของผมลอยอยู่มันคืออะไร มันมีขอบเขตเหมือนจักรวาลของผมรึป่าว

แต่สิ่งที่ผมรู้ว่าตอนนี้และน่าขนลุกที่สุดสำหรับผมก็คือ ผมไม่มีวันได้รู้

ปล. ขออ้างอิงบลอคของแป้งที่ทำให้น่าขนลุกไปอีก เมื่อรู้ว่าเราตัวเล็กแค่ไหนในจักรวาล

http://huafuu.exteen.com/20070106/entry


edit @ 2007/01/25 19:54:38


edit @ 2007/01/25 20:00:25
edit @ 2007/01/25 20:00:42


edit @ 2007/01/25 20:01:54


edit @ 2007/01/25 20:09:03

2007/Jan/17

ดูด ไมโล โอวัลติน แบบ Ultra-Hign Temperature(UHT นั้นแหละ เขียนให้มันดู Mega claver ไปอย่างงั้นเอง) ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันกล่อง ทุกครั้งก็จะปฏิบัติตามคำแนะนำรอบรูเจาะหลอดอย่างเคร่งครัดมาตลอด

"เขย่าก่อนดื่ม"

หมั่นไส้มัน ไม่รู้จะบอกอะไรทุกกล่อง กล่องเดียวก็รู้เรื่องแล้ว เลยลองของไม่เขย่าก่อนดื่มมันซะเลย

อุปกรณ์การทดลอง-ไมโลหรือโอวัลตินแบบ UHT 1 กล่อง

เริ่มการทดลองด้วยการถือกล่องโอวัลตินออกจากตู้เย็นอย่างเบามือ เพราะกลัวว่าจะเขย่ามันด้วยความไม่ตั้งใจและเพื่อผลการทดลองที่แม่นยำ

เจาะดูดทั้งๆที่ไม่เขย่า ทดลองดูดเข้าไปถึงครึ่งกล่อง 250 ml.ก็อร่อยดีนี่หว่า รสโอวัลตินชัดๆ

แต่เพื่อความยุติธรรมของทั้งสองฝ่าย ครึ่งกล่องที่เหลือเลยลองเขย่าดูซะ เขย่าด้วยความระมัดระวังแต่ไม่ได้กลัวเรื่องผลทดลองแต่กลัวมันจะหกใส่เสื้อเพราะจะรูหลอดไปแล้ว

เอาหละนะ อึ้กๆๆๆๆ

แตกต่าง รสชาติแตกต่าง ไม่เหมือนตอนไม่ได้เขย่า และก็ไม่ได้เหมือนตอนเขย่าปกติๆก่อนหน้าที่เคย เพราะไอ้ตะกอนโอวัลตินขันคลั่กที่นอนก้นอยู่ เมื่อได้ผสมกับน้ำโอลวันตินเจือจางที่เหลือแค่ครึ่งกล่อง รสชาติมันเลยออกมาเข้มขั้น อย่างกับช็อคโกแลตชั้นดี

บทสรุปการทดลอง

คุณจะได้ช็อคโกแลตเข้มข้นเมื่อเขย่าตอนมันเหลือแค่ครึ่ง แต่คุณก็ต้องยอมเสียอีกครึ่งที่ไม่เข้มข้นเช่นกัน




edit @ 2007/01/18 10:24:39